Spotlight

SCG Packaging ทรานสฟอร์มช้างตัวใหม่ ให้ก้าวไกลมากขึ้น

SCG Packaging ทรานสฟอร์มช้างตัวใหม่ ให้ก้าวไกลมากขึ้น
SCG Packaging ทรานสฟอร์มช้างตัวใหม่ ให้ก้าวไกลมากขึ้น

นอกจากการบริหารจัดการและบริการด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว ความสำเร็จตลอดหลายปีที่ผ่านมาของบริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) ยังมี “ทีมนักออกแบบบรรจุภัณฑ์” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่คอยสร้างสรรค์แพคเกจจิ้งจนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาโดยตลอด

P-DNA ฉบับนี้ เราจึงชวนพวกเขามาร่วมพูดคุยถึงบทบาทหน้าที่ รวมถึงมุมมองต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ขององค์กร ในฐานะที่พวกเขาคือทีมเบื้องหลัง“ประติมากรรมช้าง” สัญลักษณ์ของการทรานสฟอร์มธุรกิจเอสซีจี แพคเกจจิ้ง เพื่อเดินหน้าสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรอย่างเต็มตัว

มากกว่าการตอบโจทย์ลูกค้า คือการเป็นเพื่อนคู่คิด

การออกแบบแพคเกจจิ้งต้องอาศัยการผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์กับศิลปะ ภายในทีม Packaging Designer จึงต้องมีทั้ง Structural Designer ผู้ทำหน้าที่ออกแบบโครงสร้างและความแข็งแรงของบรรจุภัณฑ์ กับ Graphic Designer ผู้เติมแต่งหน้าตาบรรจุภัณฑ์ให้ออกมาสวยงามและน่าดึงดูด ซึ่งจะร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานที่ทั้งสวยงามและตอบโจทย์ลูกค้าได้มากที่สุด ภายใต้แนวคิด Holistic Design หรือการออกแบบองค์รวม

“งานที่ทีมนักออกแบบแพคเกจจิ้งทำเรียกว่าเป็น Packaging Solutions Provider อย่างแท้จริง เพราะแม้ว่าลูกค้าไม่มีไอเดียอะไรเลย เราก็จะคอยเป็นพาร์ตเนอร์ที่ร่วมคิดและช่วยแนะนำลูกค้าในทุกการแก้ ปัญหา งานของเราจึงไม่ใช่แค่การออกแบบแพคเกจจิ้งตามความต้องการของลูกค้า แต่ยังต้องคิดไปถึง Marketing Strategy ว่าแพคเกจจิ้งที่เราออกแบบจะช่วยเพิ่มยอดขายให้ลูกค้าได้อย่างไร โครงสร้างหรือกราฟิกแบบไหนที่จะทำให้แพคเกจจิ้งตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและความสวยงาม

“เมื่อทีมเราได้รับ Requirement จากลูกค้าแล้ว เราก็นำแนวคิด Design Thinking เข้ามาใช้ โดยเริ่มทำ รีเสิร์ชกันก่อน จากนั้นจึงนำไปออกแบบ จนได้ตัว Mockup ไปทดลองใช้จริง เพื่อจะรู้ว่างานที่เราทำตอบโจทย์ทั้งลูกค้าและผู้ใช้หรือไม่ ถ้าได้ผลลัพธ์ว่ายังไม่ตอบโจทย์ ก็ย้อนกลับไปหาทางแก้กันใหม่

“รวมถึงการมองภาพรวมด้วยว่า งานที่ผลิตออกไปนั้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ เพราะนักออกแบบมีหน้าที่คิดงานออกมาให้มีความ Circular สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าอย่างสมเหตุสมผล ไปกันได้กับกระบวนการผลิตที่เรามีและสามารถแนะนำสิ่งที่ดีกว่าให้ลูกค้าได้ด้วย”

ช้างตัวใหม่กำลังก้าวเดิน

นอกจากงานออกแบบแพคเกจจิ้ง ตราสินค้า และอัตลักษณ์องค์กร (Corporate Identity) ให้กับกลุ่มลูกค้า งานด้าน Exhibition Design ที่เน้นการใช้วัสดุกระดาษเป็นหลัก ถือเป็นอีกภารกิจที่ทีมนักออกแบบของ เอสซีจี แพคเกจจิ้ง ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น Exhibition ในห้างสรรพสินค้า หรืองานแสดงสินค้าระดับชาติอย่าง THAIFEX หรือสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

“มีผลศึกษาบอกว่า ในไทยมีการจัด Exhibition เฉลี่ย 2,700 อีเว้นต์ต่อปี เติบโตอยู่ที่ 20% คิดเป็นมูลค่า15,000 ล้านบาท นับเป็นโอกาสที่ธุรกิจเราจะลงไปเป็นผู้เล่นในตลาดนี้ เพราะการที่วัสดุหลักของเราคือกระดาษก็มีข้อได้เปรียบที่ดีกว่าในด้านสิ่งแวดล้อม การรีไซเคิล น้ำหนักเบา การติดตั้งที่มีความปลอดภัย และปริมาณฝุ่นที่เกิดจากกระดาษก็น้อยกว่าวัสดุอื่นด้วย”

งานแถลงข่าวเปิดตัวบริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำากัด (มหาชน) เตรียมจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นับเป็นงานสำาคัญที่ทีมนักออกแบบได้มีโอกาสร่วมกันสร้างสรรค์ประติมากรรม “ช้าง” สัญลักษณ์ที่จะจัดแสดงภายในงาน เพื่อสื่อสารถึงการทรานสฟอร์มองค์กรจากธุรกิจเดิม หนึ่งในทีมออกแบบด้านโครงสร้าง เล่าถึงไอเดียในการออกแบบประติมากรรมช้างให้ฟังว่า

“ช้างสื่อความเป็นเอสซีจีอยู่แล้ว แต่เพื่อสื่อถึงความเป็นแพคเกจจิ้งให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เราจึงดีไซน์รูปทรงของช้างให้ออกเป็น Polygon คล้ายกับรูปแบบการพับกระดาษโอริกามิของญี่ปุ่นที่มีเสน่ห์และโดดเด่นในตัวเองเมื่อคนมองเห็นช้างตัวนี้ ก็จะรับรู้ได้ทันทีว่าทำมาจากกระดาษ ซึ่งสะท้อนตัวตนขององค์กรเราที่เติบโตมาจากธุรกิจนี้

“กระบวนการทำประติมากรรมช้างตัวนี้ เราเริ่มจากทำภาพสามมิติก่อน เมื่อปรับรูปแบบให้ตรงใจและตอบโจทย์แนวคิดในการทรานสฟอร์มองค์กรได้แล้ว จึงค่อยออกแบบโครงสร้าง ซึ่งมีข้อควรระวังหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นการรับแรง การประกอบให้แข็งแรง การขนส่ง เพราะช้างตัวจริงที่ใช้จัดแสดงมีขนาดใหญ่ถึง 5 เมตร แม้ว่าเราจะมีการทำโมเดลช้างขนาดเล็ก 20 เซนติเมตร สำาหรับทดลองประกอบขึ้นรูปมาก่อน แต่พอขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นกลับมีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจแตกต่างกัน เช่น ช้างตัวเล็กใช้กระดาษที่พับเป็นชิ้นมาต่อกัน 10 กว่าชิ้น งานจะสวยเนี้ยบ องค์ประกอบไม่เยอะ แต่ช้างตัวใหญ่ใช้มากกว่าถึง 50 ชิ้น ทำให้เรากังวลว่าหน้าตาของช้างจะออกมาเป็นยังไง จะสวยอย่างที่คิดไว้ไหม ซึ่งงานด้านกราฟิกก็จะเข้ามาช่วยเสริมตรงจุดนั้น”

ทีมออกแบบด้านกราฟิกเล่าต่อว่า “เพื่อตอกย้ำถึงการทรานสฟอร์มองค์กร เราจึงออกแบบช้างให้มี Key Visual ใหม่ที่เน้นสีสันสดใส สวยงาม และสื่อถึงความ Creative มากขึ้น โดยการทำภาพกราฟิกที่มีเหลี่ยมมุม มีมิติ พิมพ์ลงไปบนโครงสร้างกระดาษ ช่วยเสริมรายละเอียดชิ้นงานให้มีลักษณะของ Polygon และ โอริกามิได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อบอกว่าของเราคือช้างตัวใหม่ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าอย่างมั่นคง โดยสะท้อนผ่านโครงสร้างของประติมากรรมช้างที่ก้าวเท้าไปข้างหน้าเช่นกัน”

ก่อนจากกัน ทีมนักออกแบบได้กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า “เราเชื่อมั่นในพลังของทีมเวิร์กว่าสามารถช่วยขับเคลื่อนองค์กรได้ ตอนนี้เรากำาลังเปลี่ยนเพื่อก้าวไปเจอสิ่งใหม่ ๆ การปรับตัว ติดตาม เทรนด์โลกอยู่เสมอน่าจะช่วยให้ตัวเราและองค์กรพบโอกาสเติบโตได้ ดังนั้น การมองความเปลี่ยนแปลงปัจจุบันในแง่บวก มี Mindset แบบก้าวไปข้างหน้าจึงเป็นแนวทางการทำางานที่ดีที่สุดเพราะในอนาคต เราอาจไม่ได้ขายแค่แพคเกจจิ้งแบบเดิม แต่คงต้องมองไกลไปถึงบริการที่ครอบคลุมความต้องการของโลกยุคใหม่ด้วย”

Sparkling Ideas

“แรงบันดาลใจและไอเดียเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ผมจึงชอบการทำงานที่มีอิสระแบบคนรุ่นใหม่ ไม่ต้องจำกัดว่าเราควรทำงานที่ไหน ในช่วงเวลาใด เพราะบางครั้งเราก็ต้องการอารมณ์หรือสถานที่ดี ๆ เพื่อช่วยจุดประกายความคิด ซึ่งเอสซีจีเป็นองค์กรที่พร้อมเปิดโอกาสตรงนี้ให้เรา”

ปอย - สุชาณัฐ ชิดไทย

“แรงบันดาลใจของผมมาจากเพื่อนร่วมทีม งานบางอย่างถ้าเราคิดคนเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ลูกค้าก็ได้ แต่การแชร์ไอเดียร่วมกับคนอื่น หรือทำงานออกมาแล้วมีคนช่วยคอมเมนต์ น่าจะทำให้งานของเราสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และหลายครั้งมุมมองของคนในทีมก็กลายเป็นพลังขับเคลื่อนไอเดียของผมได้ด้วย”

เอก - สุริยา พิมพ์โคตร

“เวลาเราเจอปัญหาในงานแล้วไม่สนุกกับมัน เรามักจะคิดถึงงานนั้นในแง่ลบแต่ถ้าเราสนุกไปกับปัญหา แรงบันดาลใจย่อมเกิดขึ้น และการแก้ปัญหาสำเร็จก็ไม่ได้หมายความว่าเราตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างเดียว แต่เรายังเอาชนะปัญหาของตัวเองได้ด้วย เมื่อพบปัญหาครั้งต่อไป เราจะมีความมั่นใจและพร้อมเผชิญหน้ากับมันมากขึ้น”

แพ็ค - วันชนะ ศรีไตรรัตนา

“ปัญหา เป้าหมาย และความคาดหวังที่เกิดจากงาน คือความท้าทายที่เราต้องข้ามผ่านมันไปให้ได้ แต่ถ้าเราสามารถเปลี่ยนความท้าทายเหล่านั้นให้เป็นแรงบันดาลใจในการคิดงานได้ มันอาจช่วยผลักดันให้เรารู้สึกว่า งานที่เราทำคือความรับผิดชอบมันต้องออกมาดี สวยงาม ตอบโจทย์ลูกค้า และเราจะตั้งใจทำมันให้ดีที่สุด”

ติ๊ก - กฤชพร กูลรัตนรักษ์

“การรีเสิร์ชข้อมูลและการทำความเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า คือสิ่งแรกที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการคิดงานของเราได้ แล้วค่อยมองหา Reference อื่น ๆ ที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการมาช่วยเสริม ถ้าเหนื่อยก็ออกไปเที่ยวบ้าง คุยเล่นกับเพื่อนบ้าง แล้วค่อยกลับมาเขย่าไอเดียทั้งหมดให้มันออกมาเป็นงานที่เหมาะสมที่สุด”

เอิร์น - ณิชารีย์ เหรียญทอง