News

30 มีนาคม 2564

SCGP ขยายการลงทุน วีซี่ แพ็คเกจิ้ง รับดีมานด์ขยายตัว เพิ่มกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กว่า 347 ล้านชิ้นต่อปี คาดแล้วเสร็จสิ้นปีนี้

SCGP ขยายการลงทุน วีซี่ แพ็คเกจิ้ง รับดีมานด์ขยายตัว เพิ่มกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กว่า 347 ล้านชิ้นต่อปี คาดแล้วเสร็จสิ้นปีนี้

SCGP รุกเพิ่มกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์จากวัสดุสมรรถนะสูงและพอลิเมอร์ใน วีซี่ แพ็คเกจิ้ง อีกร้อยละ 15-20 หรือกว่า 347 ล้านชิ้นต่อปี รับความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ในไทยและต่างประเทศขยายตัว คาดแล้วเสร็จพร้อมผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายภายในสิ้นปีนี้

นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า บริษัทได้รุกขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์จากวัสดุสมรรถนะสูงและพอลิเมอร์ (PPP) ของบริษัทวีซี่ แพ็คเกจิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Visy เพื่อตอบสนองความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ในไทยและต่างประเทศ ที่มีแนวโน้มขยายตัวและสร้างการเติบโตแก่บริษัท โดยการขยายกำลังการผลิตดังกล่าวใช้งบลงทุน 510 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสายการผลิตบรรจุภัณฑ์แบบขึ้นรูปด้วยความร้อน สายการผลิตที่ 7 และคลังสินค้าใหม่ ปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องจักรแล้วเสร็จ และได้เริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว โดยในส่วนของคลังสินค้าอัตโนมัติอยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จสิ้นปี 2564 ซึ่งจะทำให้ Visy มีกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 15-20 หรือประมาณ 347 ล้านชิ้นต่อปี

สำหรับ Visy เป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้นร้อยละ 80 โดยบริษัทเอสซีจีพี รีจิด พลาสติกส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ SCGP ถือหุ้นร้อยละ 100 โดย SCGP เข้าทำสัญญาซื้อหุ้น Visy เมื่อเดือนสิงหาคม 2562 ผ่านบริษัทย่อยในรูปแบบ Merger and Partnership (M&P) และผลิตบรรจุภัณฑ์เต็มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องมาตลอด

ปัจจุบันถือเป็นบริษัทชั้นนำด้านบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคเอเชีย โดยเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ขึ้นรูปด้วยความร้อนและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพสูง เช่น ถ้วยผลไม้ ถาด ขวดโหล เป็นต้น มีลูกค้าเป็นเจ้าของแบรนด์ผู้ผลิตอาหารชั้นนำระดับโลกที่ต้องการใช้บรรจุภัณฑ์คุณภาพสูง น้ำหนักเบา มีคุณสมบัติยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร และรีไซเคิลได้ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีที่สามารถผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยยืดอายุอาหารและผลไม้ และระบบการผลิตที่มีกระบวนการจัดการของเสียจากการผลิตอย่างครบวงจร

ทั้งนี้ ในปี 2563 รายได้ส่วนใหญ่ของ Visy มาจากการส่งออกสินค้าไปยังตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป โดยนับตั้งแต่เข้าซื้อกิจการ Visy ได้ผลิตสินค้าเต็มกำลังการผลิตสูงสุด 1,750 ล้านชิ้นต่อปี ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ประชากรและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง เช่น ประชากรมีรายได้เพิ่มขึ้น ครัวเรือนมีขนาดเล็กลง วิถีชีวิตที่ใส่ใจสุขภาพและความสะดวกสบายมากขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ของ Visy ได้ถูกเลือกใช้แทนบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ทางเลือกแก่ผู้บริโภค จึงทำให้การใช้เพิ่มมากขึ้นด้วย