สารจากคณะกรรมการ บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)

เศรษฐกิจในภููมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่งกว่าภููมิภาคอื่น ๆ ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยต่าง ๆ อาทิ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศจีน ความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ตลาดทุุน และอัตราการแลกเปลี่ยน

อุุตสาหกรรมบรรจุุภัณฑ์ในภููมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตได้อย่างเข้มแข็งในปี 2562 จากการส่งออกสินค้าและบริการ รวมถึงการปรับเปลี่ยนด้านประชากรศาสตร์ ซึ่งมีสัดส่วนของวัยทำงานที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นและวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป (Lifestyle) ส่งผลให้มีความต้องการบรรจุุภัณฑ์เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทตามพฤติกรรมการบริโภคเพิ่มขึ้น อาทิ บรรจุุภัณฑ์ที่เเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน บรรจุุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงบรรจุุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง โดยเฉพาะธุุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งปัจจัยด้านอุุตสาหกรรม อาทิ การขยายตัวของอุุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศเวียดนาม และอุุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงอุุตสาหกรรมรองเท้าและสิ่งทอในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งอุุตสาหกรรมเหล่านี้ได้อานิสงส์จากการย้ายที่ตั้งฐานผลิตจากประเทศจีนส่งผลให้มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ความต้องการบรรจุุภัณฑ์ภายในประเทศปี 2562 มีการขยายตัวเล็กน้อยจากการเติบโตของสินค้าอุุปโภคบริโภคธุุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) รวมถึงความต้องการใช้บรรจุุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นขณะที่ภาคการส่งออกชะลอตัวลง เนื่องจากสงครามการค้าที่ยืดเยื้อและการแข็งค่าของเงินบาท

ทั้งนี้ บริษัทจึงมุ่งขยายการลงทุุนในภููมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่องและดำเนินธุุรกิจด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพภายในองค์กรเพื่อปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วรวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถทางกาแข่งขันตลอดทั้งห่วงโซ่อุุปทาน ด้วยการนำเสนอการให้บริการด้านบรรจุุภัณฑ์อย่างครบวงจร ส่งผลให้บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 89,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 โดยแยกเป็นสัดส่วนรายได้จากการขายในภููมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นอกเหนือจากประเทศไทยเป็นสัดส่วนร้อยละ 30 และมีกำไรสำหรับปี 5,269 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 13 จากปี 2561 โดยเป็นผลมาจากราคาขายที่ต่ำลงของสายธุุรกิจเยื่อและกระดาษและรายการปรับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานจำนวน 338 ล้านบาท

รักษาความเป็นผู้นำด้วยการขยายการลงทุนในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

บริษัทได้ขยายการลงทุุนผ่านการควบรวมกิจการโดยได้เข้าซื้อหุ้น PT. Fajar Surya Wisesa Tbk. (“Fajar”) ผู้นำด้านธุุรกิจกระดาษบรรจุุภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซียในสัดส่วนร้อยละ 55 คิดเป็นมููลค่า 20,817 ล้านบาทและเข้าซื้อหุ้น บริษัทวีซี่่ แพ็คเกจิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด(“Visy Packaging (Thailand)”) ผู้ผลิตบรรจุุภัณฑ์อาหารขึ้นรููปด้วยเทคโนโลยีชั้นสููงให้แก่แบรนด์ผู้ผลิตอาหารระดับสากลในสัดส่วนร้อยละ 80 คิดเป็นมููลค่า 4,305 ล้านบาท

เร่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยการเสนอขายหุ้นสามัญ เพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก

บริษัทได้ยื่่นแบบแสดงรายการข้อมููลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering – IPO) ในอัตราส่วนไม่เกินร้อยละ 30 ของทุุนชำระแล้วภายหลังการเพิ่มทุุน เพื่อระดมทุุนมาใช้ในการลงทุุนขยายธุุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในภููมิภาค รวมถึงปรับโครงสร้างทางการเงินให้มีความพร้อมในการรองรับการขยายธุุรกิจต่อไปในอนาคต ส่งผลให้การบริหารจัดการของบริษัทมีความชัดเจนและคล่องตัวยิ่งขึ้น

พัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการเพื่อเป็นโซลูชัน ด้านบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจรให้แก่ลูกค้า

มุ่งเน้นการสร้างสรรค์สินค้าบริการและเทคโนโลยีที่เป็นโซลููชันของบรรจุุภัณฑ์รููปแบบต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมยกระดับแบรนด์ของลููกค้า พัฒนาประสิทธิภาพห่วงโซ่อุุปทานตลอดสายให้รองรับพฤติกรรมของผู้บริโภค และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ OptiBreathTM บรรจุุภัณฑ์ที่ช่วยยืดอายุุให้ผักและผลไม้ด้วยเทคโนโลยีของฟิล์มที่ควบคุุมการผ่านเข้าออกของก๊าซและไอน้ำให้มีปริมาณเหมาะสมกับผักและผลไม้แต่ละประเภท ส่งผลให้สามารถคงความสดใหม่ได้นานขึ้นรวมถึงบรรจุุภัณฑ์ “เฟสท์ ไบโอ” (Fest Bio) ภายใต้แบรนด์บรรจุุภัณฑ์อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม “เฟสท์” (Fest) ผลิตจากเยื่่อยููคาลิปตัสสามารถอุ่นร้อนได้ด้วยไมโครเวฟและเตาอบและย่อยสลายได้ใน 60 วัน แสดงถึงความมุ่งมั่นเพื่อให้บริษัทสามารถนำเสนอบริการโซลููชันด้านบรรจุุภัณฑ์ที่มีคุุณภาพ ครอบคลุุมความต้องการที่หลากหลายและสร้างความแตกต่างให้แก่สินค้าของลููกค้าจากผลิตภัณฑ์ของผู้อื่่น

พัฒนาบุคลากรสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

พัฒนาศักยภาพบุุคลากรเพื่อให้สามารถส่งมอบโซลููชันด้านบรรจุุภัณฑ์ได้อย่างเบ็ดเสร็จและส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งรวมถึงการนำเครื่องจักรกลอัตโนมัติ (Automation) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ทันสมัย (Artificial Intelligence - AI) มาใช้ในการปรับปรุุงกระบวนการทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสููงสุุดอีกทั้งมุ่งเน้นการใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ โครงการนำวัสดุุเหลือใช้ที่บริษัทคัดแยกออกจากกระบวนการผลิตมาแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ภายในโรงงาน รวมถึงการพัฒนาชุุมชนโดยการส่งเสริม “ชุุมชนบ้านรางพลับ” ที่บริษัทให้การสนับสนุุนต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศในปี 2562 จากการประกวดโครงการชุุมชนปลอดขยะ (Zero Waste) ของกรมส่งเสริมคุุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เป็นชุมชนต้นแบบในการส่งต่อองค์ความรู้สู่ชุุมชนอื่น ๆ เพื่อให้เกิดกลไกความเชื่่อมโยงการปฏิบัติงาน และภาคีเครือข่ายการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะในระดับอำเภอต่อไป

คณะกรรมการบริษัทขอขอบคุุณท่านผู้ถือหุ้นและผู้เกี่่ยวข้องทุุกฝ่ายที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุุนการดำเนินงานของบริษัทด้วยดีเสมอมา และขอให้เชื่่อมั่นว่าบริษัทจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรให้ประสบความสำเร็จ ภายใต้ระบบการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้าและรักษาความเป็นผู้นำในภููมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุุนเวียนมาใช้ เพื่อยกระดับกระบวนการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุุณค่า อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้ธุุรกิจเติบโตอย่างยั่่งยืนต่อไป

กรุุงเทพมหานคร วันที่ 28 มกราคม 2563

(นายประสาร ไตรรัตน์วรกุุล)

ประธานกรรมการ

(นายวิชาญ จิตร์ภักดี)

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร