กิจกรรม CSR

พ.ศ. 2563

การอนุรักษ์ธรรมชาติ

การอนุรักษ์ธรรมชาติ

SCGP ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นลำดับต้น ๆ ซึ่งสามารถเห็นได้ชัดจากการลงทุนของบริษัทในปีที่ผ่านมา เช่น โรงงานแปลงขยะเป็นพลังงานสะอาด (Waste to Energy Plant) และความพยายามของบริษัทในการดำเนินการตามแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านกระบวนการผลิตทั้งหมดของบริษัทด้วยการคัดเลือกเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตที่ไม่เพียงแต่มีความทันสมัยแต่ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อตอบสนองการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการจัดการกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ บริษัทมีการกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วัดผลได้ สำหรับธุรกิจในประเทศไทยบริษัทตั้งใจที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือ GHG ลงร้อยละ 28 ภายในปี 2573 (โดยใช้ปี 2550 เป็นปีฐาน) และจะลดปริมาณน้ำที่นำมาใช้ลงร้อยละ 35 ภายในปี 2568 (โดยใช้ปี 2557 เป็นปีฐาน) โดยเรื่องที่บริษัทให้ความสำคัญสองเรื่องหลักได้แก่

  1. การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

    SCGP ส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงที่ไม่ได้มาจากฟอสซิลในกระบวนการผลิตต่าง ๆ ของบริษัทฯ เนื่องจากการผลิตของบริษัทฯ อาจก่อให้เกิดขยะและของเสีย บริษัทฯ จึงทบทวนวิธีลดผลกระทบจากขยะ และหาวิธีที่ก่อให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุดจากวัตถุดิบที่บริษัทฯ ใช้เป็นประจำ เช่น เศษของเสียจากการคัดแยก RCP น้ำมันยางดำจากกระบวนการผลิตเยื่อ และก๊าซชีวภาพจากระบบน้ำเสีย เป็นต้น จะถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไอน้ำและไฟฟ้า

    ในปี 2561 บริษัทฯ เริ่มใช้ก๊าซชีวภาพที่ได้มาจากการบำบัดน้ำแบบไม่ใช้ออกซิเจนเป็นแหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียนแหล่งหนึ่งของบริษัทฯ โดยมีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวน 17,000 ตันต่อปี ในปีเดียวกันนั้นบริษัทฯ ได้ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในโรงงานผลิตจำนวนสี่แห่งเพื่อผลิตพลังงานหมุนเวียนที่สามารถก่อให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จำนวน 9,000 ตันต่อปี นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังลงทุนในโรงงานพลังงานจากขยะซึ่งแปลงขยะและของเสียที่บริษัทฯ คัดกรองมาจากกระบวนการจัดทำเยื่อของ RCP เช่น พลาสติก โฟมใยสังเคราะห์ และกระดาษไข ให้เป็นไฟฟ้าเพื่อใช้ภายในโรงงานรวมทั้งนำไปขายให้กับโครงข่ายไฟฟ้า โดยโรงงานพลังงานขยะของบริษัทฯ มีกำลังการผลิตจำนวน 10 เมกะวัตต์ ด้วยเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงจากประเทศออสเตรีย ซึ่งสามารถแปลงขยะได้สูงสุดถึง 100,000 ตันต่อปีเป็นพลังงาน ในปี 2561 ขยะที่ถูกคัดออกจำนวนทั้งหมด 66,141 ตันจากโรงงานผลิตต่าง ๆ ถูกนำมาใช้เพื่อผลิตไฟฟ้า

    กราฟด้านล่างแสดงการใช้พลังงานทางเลือกในปี 2557 ถึงปี 2561


    กราฟด้านล่างแสดงการลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัทฯ ในปี 2557 ถึงปี 2561

     

  2. การบริหารจัดการน้ำ

    SCGP เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยการวิเคราะห์วงจรการใช้น้ำเป็นประจำและแสวงหาทางที่จะปรับปรุงการใช้น้ำของบริษัท ซึ่งรวมถึงการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต การดัดแปลงเครื่องจักร และการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของน้ำที่ใช้ในการผลิต การดำเนินการตามวิธีอนุรักษ์ทำให้บริษัทสามารถลดการใช้น้ำลงอย่างน้อย 3.0 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2561 เมื่อเทียบกับปริมาณการใช้น้ำในการผลิตในระดับปกติ (business as usual) สำหรับการผลิตในประเทศไทย รวมถึงกระบวนการบำบัดน้ำเพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) บริษัทได้ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีทางชีวภาพที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงทั่วทุกโรงงานผลิต ด้วยระบบนี้ จุลินทรีย์จะย่อยสลายอินทรียวัตถุในน้ำเสียเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ คุณภาพของน้ำที่ได้รับการบำบัดจากระบบบำบัดน้ำเสียของบริษัทฯ จะเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของประเทศไทยในเรื่องการควบคุมคุณภาพน้ำ ได้แก่ ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานผลิตเยื่อและโรงงานผลิตกระดาษ พ.ศ. 2561 และประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานผลิตเยื่อและโรงงานผลิตกระดาษ พ.ศ. 2561 เป็นต้น รวมถึงมาตรฐานระหว่างประเทศต่าง ๆ จากการร่วมมือกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม บริษัทฯ ได้ติดตามและตรวจวัดคุณภาพน้ำที่ได้รับการบำบัดแล้ว โดยใช้ระบบติดตามคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์ ซึ่งทำให้สามารถตรวจสอบระดับความต้องการออกซิเจนทางเคมี (Chemical Oxygen Demand หรือ COD) แบบออนไลน์ได้ ระบบนี้ยังกำกับดูแลจำนวนความต้องการออกซิเจนทางชีวเคมี (Biological Oxygen Demand หรือ BOD) และสารแขวนลอย นอกจากนี้ ระบบบำบัดน้ำของบริษัทฯ ได้รับการออกแบบเพื่อให้มีกำลังผลิตและประสิทธิภาพสูงกว่าที่จำเป็นเพื่อรองรับความเสี่ยงในกรณีที่ระดับของ COD อาจสูงขึ้นกว่าระดับที่คาดการณ์ในบางช่วงเวลา น้ำที่ได้รับการบำบัดของบริษัทฯ มีความเหมาะสมสำหรับนำกลับมาใช้ในสายการผลิตและในพื้นที่เพาะปลูกของชุมชนโดยรอบโรงงาน น้ำจำนวนร้อยละ 25 ของน้ำที่บริษัทฯ ใช้ภายในเป็นน้ำที่ได้รับการบำบัดจากระบบบำบัดน้ำเสียของบริษัทฯ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังแบ่งปันน้ำที่ได้รับการบำบัดให้กับชุมชนของบริษัทฯ เพื่อช่วยลดต้นทุนการเพาะปลูกและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร รวมถึงเตรียมพร้อมเพื่อสนับสนุนชุมชนเมื่อมีการขาดแคลนน้ำ โครงการจัดการน้ำเพื่อการเกษตร (Water Management for Agriculture) ของบริษัทฯ ได้ส่งมอบน้ำที่ได้รับการบำบัดแล้วจำนวนกว่า 4.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ให้แก่พื้นที่เพาะปลูกในจังหวัดราชบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดปราจีนบุรี โดยคิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ 4.5 ล้านตารางเมตร

    กราฟด้านล่างแสดงปริมาณน้ำที่บริษัทนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในโรงงานผลิตต่าง ๆ ของบริษัทในประเทศไทยในปี 2557 ถึงปี 2561


    กราฟด้านล่างแสดงปริมาณน้ำที่นำมาใช้ในโรงงานผลิตต่าง ๆ ของบริษัทในประเทศไทยในปี 2557 ถึงปี 2561



    ตารางด้านล่างแสดงปริมาณน้ำจากแหล่งภายนอกเพื่อใช้ในโรงงานผลิตของบริษัทฯ ในประเทศไทย ในปี 2557 ถึงปี 2561